มากินโยเกิร์ตกันเถอะ..
posted on 12 Dec 2007 21:57 by alohanoonโยเกิร์ต นมเปรี้ยวที่คนไทยรู้จักในรูปแบบต่างๆ
อาจจะไม่ใช่นมเปรี้ยวที่เรากำลังจะกล่าวถึง
เพราะ โยเกิร์ตหรือนมเปรี้ยวที่ดีจะต้องมีแบคทีเรียที่ยังมีชีวิตอยู่
จุดประสงค์ของการรับประทานนมเปรี้ยวที่ถูกต้องคือ ก
ารรับประทานแบคทีเรียที่ยังมีชีวิตจำนวนมาก(ประมาณ หมื่นล้านต้วต่อกรัม)
เพื่อหวังผลต่อสุขภาพ ส่วนนมเปรี้ยวที่เราหาซื้อกันในท้องตลาดทำขึ้น
โดยมีการปรุงแต่งรสชาติให้อร่อย
บางชนิดไม่สมควรเรียกว่าโยเกิร์ตเสียด้วยซ้ำเพราะนำไปพาสเจอร์ไรซ์
(ฆ่าเชื้อที่อุณหภูมิสูง)และนำมาบรรจุกล่อง
ที่จริงน่าจะเรียกว่าซากโยเกิร์ต
บางชนิดก็มีการใส่น้ำตาลมากจนน่าสงสัยว่าท่านจะได้ประโยชน์ได้เต็มที่หรือไม่
บางชนิดก็มีการเจือจางจนปริมาณแบคทีเรียเหลืออยู่น้อยมาก
แบคทีเรียที่ดีในโยเกิร์ต ได้แก่ แลคโตบาซิลัส เอซิโดฟิลลัส( Lactobacillus acidophillus)
แลคโตบาซิลัส บัลการิคัส ( Lactobacillus bulgaricus)
และ สเตรปโตคอคคัส เทอร์โมฟิลลัส ( Streptococcus thermophillus)
โยเกิร์ตสามารถ ทำได้จากนมชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น
นมสด นมพร่องมันเนย หรือ นมถั่วเหลือง
โดยการใช้แบคทีเรีย แลคโตบาซิลัส เอซิโดซิส
และ สเตรปโตคอคคัส เทอร์โมฟิลลัส
เป็นหลักใส่ลงไปหมักผลิตภัณฑ์นมต่างๆ แบคทีเรียเหล่านี้
ช่วยย่อยน้ำตาลแลคโตสในนมให้เป็นกรดแลคติคทำให้มีภาวะกรดและมีรสเปรี้ยว
ดังนั้นโยเกิร์ตที่ดีควรทำจากนมชนิดต่างๆและแบคทีเรียที่ดีเท่านั้น
ไม่ควรมีส่วนผสมอย่างอื่นเข้าไปเจือปน
ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาล สี สารเจลาติน รสสังเคราะห์
ส่วนผสมเหล่านี้ล้วนทำให้คุณค่าของโยเกิร์ตด้อยลง
แม้ว่าเราอาจจะไม่คุ้นเคยต่อรสโยเกิร์ตธรรมชาติ
แต่ขอให้คำนึงถึงประโยชน์ที่จะได้รับ
ท่านก็จะสามารถรับประทานโยเกิร์ตธรรมชาติด้วยความสบายใจและอร่อย
คุณประโยชน์จากโยเกิร์ต
1. โยเกิร์ตย่อยง่าย เพราะน้ำตาลแลคโตสเป็นตัวหลักที่ทำให้เกิดการแพ้นม
หรือท้องเสียถูกเปลี่ยนเป็นกรดแลคติกที่ย่อยง่าย
นอกจากนนี้แบคทีเรียในโยเกิร์ตยังมีเอนไซม์ช่วยย่อยโปรตีนนม
เคซีน ซี่งเป็นโปรตีนย่อยยาก ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมได้ง่ายขึ้น
ลดปัญหาภูมิแพ้ต่อน้ำตาลแลคโตสและ โปรตีนเคซีน
2. เสริมสร้างภูมิคุ้มกันและช่วยยับยั้งจุลชีพที่ไม่เป็นมิตรในลำไส้
กรดแลคติคจะช่วยต่อต้านจุลชีพที่อาจให้โทษต่อร่างกาย
เช่น เชื้อซัลโมเนลา (Salmonella typhidie) อี โคไล ( E. Coli)
โคลินแบคทีเรีย( Corynebacteria diphtheriae)
ทำให้เชื้อเหล่านี้ไม่สามารถทำอันตรายต่อร่างกายได้
เราควรจะรับประทานโยเกิร์ตอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มีกลุ่มแบคทีเรียที่ดีอาศัยอยู่ภายในลำไส้
3. เป็นแหล่งวิตามิน บี โดยเฉพาะวิตามิน บี1(ไรโบฟลาวิน)
แบคทีเรียในโยเกิร์ตยังช่วยสังเคราะห์วิตามิน บีและวิตามิน เค ในลำไส้
4. ช่วยรักษาโรค
ท้องเสีย ท้องเดิน และแผลในกระเพาะ
จากการวิจัยพบว่าผู้ป่วยเด็กหายจากอาการท้องเสียเร็วขึ้น
หลังจากได้รับประทานโยเกิร์ต
5. ช่วยทำให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียม
ดีขึ้น กรดแลคติคในโยเกิร์ตช่วยทำให้การย่อยแคลเซียม
ในนมดีขึ้นและทำให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมง่ายขึ้น
6. เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี ในโยเกิร์ตจะมีโปรตีนมากกว่าในนม 20%
และยังเป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย ร่างกายสามารถดูดซึมไปใด้ด
7. ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ แลคโตบาซิลัสช่วยควบคุมปริมาณ
โคเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในเลือดได้
8. ช่วยป้องกันมะเร็ง แลคโตบาซิลัสสามารถจับกับสารก่อมะเร็ง
สามารถจับกับโลหะหนัก และกรดน้ำดีซึ่งมีพิษ
แลคโตบาซิลัสช่วยยับยั้งกลุ่มแบคทีเรียในลำไส้ที่สร้างสารไนเตรทได้
(สารในเตรทเป็นสารก่อมะเร็งตัวหนึ่ง)
และแลคโตบาซิลัสยังช่วยเปลี่ยนสารฟลาโวนอยด์จากพืชให้เป็นสารต้านมะเร็งได้
เรียบเรียงโดย : ทพ. จักรชัย สมพลพงษ์
.....
อ่าตอนแรกก็เคยเข้าในว่าถ้ากินโยเกิร์ตจะทำให้ท้องเสีย
แต่ที่จริงมันช่วยเรื่องระบบขับถ่ายนี่เอง ก็ดีค่ะ
ก็ว่าจะลองกินโยเกิร์ตของ แอคทิเวียดู เพราะเค้าบอกกันว่ามันมีประโยชน์
ไม่เจือปนสารอื่นๆ ใครเคยกินก็แนะนำกันดูบ้างนะคะ
ว่าจะกินตอนเช้าอ่ะค่ะไม่รู้ จะท้องเสียรึป่าว ........แต่ก็ว่าจะลองดูค่ะ
ยังไงก็ลองหันมากินโยเกิร์ตเพื่อสุขภาพกันเถอะค่ะ
จบหลักสูตรจากสถาบัน British Council, ECC ...รับประกันว่าเรียนแล้วภาษาอังกฤษดีขึ้นแน่นอน...ติดต่อได้ที่เบอร์ 086-6249487 อ้อมนะคะ...
#1 By อ้อม (58.10.102.164) on 2009-07-29 17:02